You are here

เปิดรับสมัครแล้ว IA CAC SME Certification Process

คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบอิสระ

ผู้ที่จะสามารถทาหน้าที่เป็นลงนามในฐานะผู้ตรวจสอบอิสระ ที่ทาการตรวจสอบการดาเนินการตามแบบประเมินทั้ง 17 ข้อของบริษัทที่เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์กับ CAC มีดังต่อไปนี้

1. ประธานกรรมการตรวจสอบของบริษัทที่เข้าร่วม โดยลงนามในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้ กรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติตามที่มีการกาหนดไว้ในหลักเกณฑ์การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (ดูเอกสารแนบ ก.)

2. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ให้เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทในปีปัจจุบัน)

3. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรายอื่นๆ ที่มีรายชื่อที่ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน จากสานักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

4. ผู้ตรวจสอบภายใน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

· ผู้ตรวจสอบภายใน ที่ได้รับประกาศนียบัตรผู้ตรวจสอบภายในรับอนุญาต (Certified Internal Auditor – CIA)

· ผู้ตรวจสอบภายใน ที่ได้รับประกาศนียบัตรผู้ตรวจสอบภายในของประเทศไทย (Certified Professional Internal Auditors of Thailand – CPIAT)

ทั้งนี้ ผู้ตรวจสอบภายในดังกล่าว ต้องเป็นผู้ที่สังกัดสานักงานตรวจสอบภายใน ที่จัดตั้งในรูปของบริษัทจากัด

นอกจากเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่ระบุข้างต้นแล้ว ผู้ที่จะลงนาม เป็นผู้ตรวจสอบแบบประเมินทั้ง 17 ข้อนั้น จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรสาหรับผู้ตรวจสอบอิสระ ของ CAC และได้รับการรับรองการผ่านหลักสูตรจาก CAC แล้วเท่านั้น

เอกสารแนบ ก. – คุณสมบัติของคณะกรรมการตรวจสอบ ที่มีการกาหนดไว้ในหลักเกณฑ์การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

(ข้อมูลจาก “คู่มือคณะกรรมการตรวจสอบ” ที่เผยแพร่ทางเว็ปไซด์ CG Thailand ของสานักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์)

องค์ประกอบ

คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยสมาชิกอย่างน้อย 3 รายโดยทุกรายต้องเป็นกรรมการอิสระ ทั้งนี้จานวนสมาชิกควรขึ้นอยู่กับขอบเขตและความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งโดยทั่วไป ตามมาตรฐานสากลจานวนสมาชิกของคณะกรรมการตรวจสอบจะอยู่ระหว่าง 3-5 ราย

คุณสมบัติ

คุณสมบัติของกรรมการตรวจสอบแบ่งออกเป็นคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะ

1. คุณสมบัติทั่วไป: กรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติเป็นกรรมการอิสระดังนี้

(ก) ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 1 ของจานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอานาจควบคุมของบริษัท ทั้งนี้ให้นับรวมการถือหุ้น ของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้น ๆ ด้วย

(ข) ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนรวมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจา หรือผู้มีอานาจควบคุมของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลาดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอานาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนเข้ารับตาแหน่ง ทั้งนี้ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีที่กรรมการอิสระเคยเป็น ข้าราชการ หรือที่ปรึกษาของส่วนราชการซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอานาจควบคุมของบริษัท

(ค) ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็น บิดามารดาคู่สมรส พี่น้องและบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตรของผู้บริหารผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอานาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นผู้บริหารหรือผู้มีอานาจควบคุมของบริษัทหรือบริษัทย่อย

(ง) ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอานาจควบคุมของบริษัท ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณ อย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอานาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอานาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนเข้ารับตาแหน่ง

ความสัมพันธ์ทางธุรกิจข้างต้น รวมถึงการทารายการทางการค้าที่กระทาเป็นปกติ เพื่อประกอบกิจการ การเช่าหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการ หรือการให้หรือรับความช่วยเหลือทางการเงิน ด้วยการรับหรือให้กู้ยืม ค้าประกัน การให้สินทรัพย์เป็นหลักประกันหนี้สิน รวมถึงพฤติการณ์อื่นทานองเดียวกัน ซึ่งเป็นผลให้บริษัทหรือ

คู่สัญญามีภาระหนี้ที่ต้องชาระต่ออีกฝ่ายหนงึ่ ตั้งแต่ร้อยละ 3 ของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัทหรือตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป แล้วแต่จานวนใดจะต่ากว่า ทั้งนี้การคานวณภาระหนี้ดังกล่าวให้เป็นไปตามวิธีการคานวณมูลค่าของรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศ คณะกรรมการกากับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการทารายการที่เกี่ยวโยงกัน โดยอนุโลม แต่ในการพิจารณา ภาระหนี้ดังกล่าวให้นับรวมภาระหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่างหนึ่งปีก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบุคคลเดียวกัน

(จ) ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอานาจควบคุมของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอานาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสานักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอานาจควบคุมของบริษัท สังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนเข้ารับตาแหน่ง

(ฉ) ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใด ๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมาย หรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอานาจควบคุมของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอานาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนเข้ารับตาแหน่ง

คาว่า “หุ้นส่วน” ตาม (จ) และ (ฉ) หมายความว่า บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากสานักงานสอบบัญชี หรือผู้ให้บริการทางวิชาชีพ ให้เป็นผู้ลงลายมือชื่อในรายงานการสอบบัญชีหรือรายงานการให้บริการทางวิชาชีพ (แล้วแต่กรณี) ในนามของนิติบุคคลนั้น

ในกรณีที่บุคคลที่บริษัทแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งกรรมการอิสระเป็นบุคคลที่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ ทางธุรกิจหรือการให้บริการทางวิชาชีพเกินมูลค่าที่กาหนดตาม (ง) หรือ (ฉ) ข้างต้น คณะกรรมการบริษัทสามารถ พิจารณาผ่อนผันได้ หากคณะกรรมการบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่กระทบกับการแสดง ความเห็นที่เป็นอิสระของกรรมการอิสระดังกล่าว โดยบริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลต่อไปนี้ไว้ในแบบ 56-1 รายงานประจาปีและในหนังสือนัดประชุม

(ก) ลักษณะความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือการให้บริการทางวิชาชีพ ที่ทาให้บุคคลดังกล่าว มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กาหนด

(ข) เหตุผลและความจาเป็นที่ยังคงหรือแต่งตั้งให้บุคคลดังกล่าวเป็นกรรมการอิสระ

(ค) ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในการเสนอให้มีการแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว เป็นกรรมการอิสระ

ในการผ่อนผันของคณะกรรมการบริษัทอาจกาหนดกรอบในการพิจารณาของคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้เป็นไปตามหลักในการทาหน้าที่ของกรรมการตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมในปี 2551 ในส่วนที่เกี่ยวกับการทาหน้าที่ของกรรมการดวยความซื่อสัตยสุจริต (duty of loyalty) และระมัดระวัง (duty of care) ที่กาหนดให้คณะกรรมการบริษัทต้องตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผลโดยคานึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัท ทั้งนี้แนวทางการพิจารณาของคณะกรรมการบริษัทควรคานึงถึงปัจจัยต่อไปนี้ประกอบด้วย

(ก) เหตุผลและความจาเป็นในการแต่งตั้งหรือต่อวาระกรรมการอิสระรายดังกล่าว (เช่น บริษัทมีความ จาเป็นที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถเป็นพิเศษจากกรรมการรายดังกล่าว) และ

(ข) ลักษณะรายการที่เข้าข่ายดังต่อไปนี้

1. รายการที่บริษัทได้รับประโยชน์เป็นสาคัญ

2. รายการธุรกิจปกติที่เป็นเงื่อนไขทางการค้าทั่วไป และ

3. ขนาดรายการที่ไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และการให้ความเห็นที่เป็นอิสระ ของกรรมการอิสระ และไม่มีนัยสาคัญเมื่อเทียบกับขนาดของบริษัท หรือไม่ได้เกิดขึ้นสม่าเสมอ/ต่อเนื่อง

(ช) ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เช่น การมีข้อตกลงใน shareholders agreement เกี่ยวกับ การแต่งตั้งกรรมการเพื่อเป็นตัวแทนและดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

(ซ) ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือ บริษัทย่อย หรอไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนรวมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจา หรือถือหุ้นเกินร้อยละ 1 ของจานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย

(ฌ) ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทาให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดาเนินงานของบริษัท ทั้งนี้โดยทั่วไปการแสดงความเห็นอย่างอิสระหมายความถึงการแสดงความเห็นหรือรายงานตามภารกิจที่ได้มอบหมาย โดยไม่ต้องคานึงถึงผลประโยชน์ใดๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือตาแหน่งหน้าที่และไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใด รวมถึงไม่อยู่ภายใต้สถานการณ์ใดๆ ที่อาจบีบบังคับให้ไม่สามารถแสดงความเห็นได้อย่าง ตรงไปตรงมา

ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอิสระที่มีลักษณะเป็นไปตาม (ก) ถึง (ฌ) ข้างต้นแล้ว กรรมการอิสระอาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษทั ให้ตัดสินใจในการดาเนินกิจการของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลาดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอานาจควบคุมของบริษัท โดยมีการตัดสินใจ ในรูปแบบขององค์คณะ (collective decision) ได้

2. คุณสมบัติเฉพาะ: กรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะดังนี้

(ก) ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท ให้ตัดสินใจในการดาเนินกิจการ ของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลาดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอานาจควบคุม ของบริษัท

(ข) ไม่เป็นกรรมการของบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทย่อยลาดับเดียวกัน เฉพาะที่เป็น บริษัทจดทะเบียน

(ค) มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะสามารถทาหน้าที่ในฐานะกรรมการตรวจสอบ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายโดยกรรมการตรวจสอบต้องสามารถอุทิศเวลาอย่างเพียงพอในการดาเนินงานของ คณะกรรมการตรวจสอบ

(ง) กรรมการตรวจสอบไม่ควรเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นเกินกว่า 5 บริษัท เนื่องจากอาจมีผลให้การปฏิบัติหน้าที่ในบริษัทใดบริษัทหนึ่งทาได้ไม่เต็มที่(แนวปฏิบัติที่ดี)

(จ) สมาชิกของคณะกรรมการตรวจสอบทุกรายไม่จาเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการบัญชี หรือการเงิน เนื่องจากคณะกรรมการตรวจสอบอาจขอคาแนะนาจากผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านการบัญชีหรือการเงิน จากภายนอกได้ อย่างไรก็ตาม กรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 รายต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านการบัญชี หรือการเงินอยางเพียงพอที่จะสามารถทาหน้าที่ในการสอบทานความเชื่อถือได้ของงบการเงิน และควรได้รับการ พัฒนาความรู้ด้านการบัญชีหรือการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลกระทบต่อความเชื่อถือได้ของงบการเงิน ซึ่งจะมีผลให้การดาเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น

(ฉ) กรรมการตรวจสอบควรได้รับการอบรมและเสริมสร้างความรู้อย่างต่อเนื่องและสม่าเสมอ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น และควรได้เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการดาเนินงานของบริษัทอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิผลของคณะกรรมการ ตรวจสอบ (แนวปฏิบัติที่ดี)

ทั้งนี้คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะที่ระบุข้างต้นส่วนใหญ่ เป็นคุณสมบัติที่กาหนดในหลักเกณฑ์ การอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ของสานักงาน ก.ล.ต. และหลักเกณฑ์การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างไรก็ดีเพื่อให้กรรมการอิสระหรือกรรมการตรวจสอบของบริษัทมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริงเหมาะสมกับ ลักษณะเฉพาะของบริษัท คณะกรรมการบริษัทควรพิจารณาความเหมาะสมของการกาหนดคุณสมบัติของ “กรรมการอิสระ” ของบริษัทขึ้นเองและเปิดเผยในแบบ 56-1 และรายงานประจาปีโดยควรพิจารณากาหนดให้ เข้มงวดกว่าข้อกาหนดขั้นต่าข้างต้น เช่น ในเรื่องสัดสวนการถือหุ้นซึ่งเกณฑ์กาหนดห้ามกรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบถือหุ้นในบริษัทเกินร้อยละ1 ของจานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด ในขณะที่ บริษัทขนาดใหญ่มีทุนจดทะเบียนมากอาจพิจารณากาหนดห้ามกรรมการอิสระหรือกรรมการตรวจสอบถือหุ้น เกินร้อยละ 0.5 ของจานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด เนื่องจากการถือหุ้นแม้ไม่ถึงร้อยละ 1 ก็อาจมีผลกระทบ ต่อการแสดงความเห็นอย่างอิสระของกรรมการอิสระหรือกรรมการตรวจสอบได้

 

IA CAC SME Certification Process จัดอบรมวันที่ 15 มิถุนายน 2561 เวลา 13.00 – 17.00 น.

ณ ห้องประชุมชั้น 601-602 ตึกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก

ค่าธรรมเนียมการอบรม 5,000 บาท ( ราคาไม่รวม VAT 7 % )

ลงทะเบียนการสมัครได้ที่

http://thai-iod.com/en/seminar-events-detail.asp?id=472

                                                      กำหนดการ

                                        IA CAC SME Certification Process

                                 วันที่  15 มิถุนายน  2561 เวลา 13.00 – 17.00 น.

             ณ ห้องประชุมชั้น 601-602  ตึกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รัชดาภิเษก

12.30 - 13.00 น.  ลงทะเบียน

13.15 – 13.45 น. CAC SME Certification Process

13.45 – 14.00 น. ขอบเขตการทำงานของผู้ตรวจสอบอิสระ

14.00 – 14.30 น. SME Checklist Audit Script

14.30 -15.00 น.   ข้อสังเกตจากโครงการแนวร่วมปฏิบัติฯ – กลุ่มบริษัทใหญ่

15.00 – 15.15 น. Session Break

15.15 – 15.45 น. ข้อสังเกตจากโครงการแนวร่วมปฏิบัติฯ – กลุ่มบริษัทใหญ่ (ต่อ)

15.45 – 16.00 น. การให้ความเห็นของผู้ตรวจสอบอิสระในแบบประเมิน

16.00 – 16.30 น. การเข้าถึงข้อมูล และการตรวจสอบข้อมูลทางออนไลน์

16.30 – 17.00 น. ทดสอบความเข้าใจ

 

หมายเหตุ ปิดรับการสมัครวันที่ 11 มิถุนายน 2561  ขอให้ผู้สมัครนำส่งหลักฐานการชำระเงินก่อนวันปิดรับสมัคร พร้อมแนบใบประกาศนียบัตร

ผู้ตรวจสอบภายใน ที่ได้รับประกาศนียบัตรผู้ตรวจสอบภายในรับอนุญาต (Certified Internal Auditor – CIA)

ผู้ตรวจสอบภายใน ที่ได้รับประกาศนียบัตรผู้ตรวจสอบภายในของประเทศไทย (Certified Professional Internal Auditors of Thailand – CPIAT)

มาที่ isara@thai-iod.com