You are here

CG and corruptions News - 27 September 2018

ลุยเฟส3สุวรรณภูมิ7หมื่นล. - เดลินิวส์

ศาลตัดสินคดีจีที200ฉาว สั่งจำคุก9ปี 'ผู้บริหารเอวิเอ'เจออ่วม - แนวหน้า

ตร.รอส่ง13สำนวนเงินทอนวัด - มติชน

ผอ.สพท.เอี่ยวจัดซื้อครุภัณฑ์ไม่ซัดทอด - ไทยโพสต์

'ทนายนอัจฉริยะ'ยื่นหลักฐานพร้อมพยานปากสำคัญแฉวิ่งเต้นล้มคดีค้ายา'เอมี่' - สยามกีฬา

สัมภาษณ์พิเศษ: 'ดวงฤทธิ์' สยบปมดราม่า - ประชาชาติธุรกิจ

บทบรรณาธิการฐานเศรษฐกิจ: สัมปทานปิโตรฯ ต้องโปร่งใส - ฐานเศรษฐกิจ

ลุยเฟส3สุวรรณภูมิ7หมื่นล. - เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)ทอท. เปิดเผยว่า ทอท.จำเป็นต้องปรับแผนแม่บทเดิมที่ทำตั้งแต่ปี 36 ตามข้อเสนอแนะขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการบินที่เปลี่ยนไป เช่น ขนาดเครื่องบินและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นโดยปรับแค่ 2 ส่วน คือ 1.ชื่อโครงการพัฒนา ทสภ.ระยะที่ 2 จากปี 54-60 เป็นปี 59-61 เนื่องจากโครงการล่าช้าจากการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) และ 2.เพิ่มการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารอาคาร 2 เพิ่มเติมในโครงการพัฒนา ทสภ. ระยะที่ 3 คู่ขนานไปกับการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรอง (แซทเทิลไลต์) หลังที่ 1 เพื่อทำให้ศักยภาพของ ทสภ. รองรับ ผู้โดยสารได้ทันกับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องได้ซึ่งคาดว่าปี 69 ผู้โดยสารจะอยู่ที่ 100 ล้านคน ขณะที่แผนเดิมรองรับได้ 60 ล้านคน

นายนิตินัย กล่าวต่อว่า คาดว่าเดือน ธ.ค.นี้จะเสนอของบประมาณการดำเนินโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 3 วงเงินรวมกว่า 7.06 หมื่นล้านบาท ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาประกอบด้วย การก่อสร้างรันเวย์เส้นที่ 3 วงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาท, ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 วงเงิน 4.2 หมื่นล้านบาท และก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารทางทิศตะวันตก (เวสวิง)วงเงิน 6.6 พันล้านบาท โดยการก่อสร้างรันเวย์เส้นที่ 3 คาดว่าจะเปิดประมูลเดือน ธ.ค. 61 ใช้เวลาก่อสร้าง 33 เดือนแล้วเสร็จปี 65 ส่วนการก่อสร้างส่วนต่อขยายฯ เปิดประมูลเดือน ธ.ค.นี้ ใช้เวลาก่อสร้าง 30 เดือน แล้วเสร็จปี 64

นายนิตินัย กล่าวด้วยว่า สำหรับการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 แม้ยังมีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ผลการประกวดราคางานออกแบบโครงการก่อสร้างอาคารฯ ที่ผู้ได้รับอันดับ 2 เป็นผู้ชนะนั้นยืนยันว่าทุกกระบวนการโปร่งใสและอัดคลิปวิดีโอไว้ทุกขั้นตอนทั้งนี้แม้ศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งไม่คุ้มครองเรื่องดังกล่าวแต่เพื่อความรอบคอบได้มอบให้คณะอนุกรรมการกฎหมายพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งต้นเดือน ต.ค.นี้ ก่อนลงนามสัญญากับกลุ่มดวงฤทธิ์บุนนาค ผู้ชนะต่อไปจากนั้นใช้เวลาออกแบบ 10 เดือน เปิดประมูลปลายปี 62 ใช้เวลาก่อสร้าง 25 เดือนแล้วเสร็จปี 65 และเมื่อเฟส 3 แล้วเสร็จจะทำให้ ทสภ. รองรับผู้โดยสารได้ 90 ล้านคนต่อปี ส่วนความคืบหน้าเปิดประมูลบริหารกิจการร้านค้าปลอดภาษีและอากร (ดิวตี้ฟรี) นั้นคาดว่าจะเปิดประมูลเดือน ต.ค.นี้.

ศาลตัดสินคดีจีที200ฉาว สั่งจำคุก9ปี 'ผู้บริหารเอวิเอ'เจออ่วม - แนวหน้า ฉบับวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561

กรมราชองครักษ์เสียหาย หลังเจอคุก10ปีคดีกับทบ. วาง9แสนอุทธรณ์ต่อสู้คดี

เจออ่วมคดีจีที 200 ฉาว! ศาลแขวงดอนเมือง สั่งจำคุก 9 ปี ผู้บริหารเอวิเอฯ ตัวแทนจำหน่าย เครื่องจีที 200 ไม่ได้ คุณภาพ ให้ "กรมราชองครักษ์" ศาลอนุญาตวางเงิน 9 แสน ประกันตัวชั่วคราวต่อสู้คดีชั้นอุทธรณ์ ก่อนหน้านี้ ศาลสั่งจำคุก ผู้บริหารเอวิเอฯ 10 ปีในคดีเดียวกัน กรณีทำให้ "กองทัพบก" เสียหาย 600 ล้าน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ศาลแขวงดอนเมือง ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลได้อ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัทเอวิเอ แซทคอม จำกัด, นาย สุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ ผู้บริหารบริษัทเอวิเอฯ, นายเดชพิภัทร์ วัฒนกิจ, นางศศกร ปลื้มใจ ซึ่งเป็นกลุ่มพนักงานบริษัทเอวิเอ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานฉ้อโกง การจัดซื้อเครื่องตรวจจับอาวุธและวัตถุระเบิดและเครื่องตรวจจับยาเสพติดรุ่น GT200 จำนวน 2 ชุด ชุดละ 9 แสนบาท เป็นเงิน 1.8 ล้านบาท,เครื่องตรวจสารระยะไกลและอุปกรณ์ยี่ห้อ Global Technical รุ่น GT200 จำนวน 3 ชุด วงเงิน 3.6 ล้านบาท เครื่องตรวจหา สสาร ระยะไกลและอุปกรณ์ยี่ห้อ โกลบอล รุ่น GT200 จำนวน 3 ชุด วงเงิน 3.6 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 9 ล้านบาท ที่กรมราชองครักษ์ ผู้เสียหาย ได้ทำสัญญา ซื้อขาย แต่เครื่องมือและอุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถใช้การได้ โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี โดยในวันนี้จำเลยทั้งหมดได้เดินทางมาศาลพร้อมทนายความ

ศาลพิเคราะห์ คำเบิกความและพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดจริงฐานฉ้อโกงตามที่อัยการโจทก์ฟ้อง จึงพิพากษาจำคุกนายสุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ ผู้บริหารเอวิเอ แซทคอม จำกัด กรรมละ 3 ปี จำนวน 3 กรรม รวมจำคุก 9 ปี ปรับกรรมละ 6,000 บาท รวมปรับ 18,000 บาท และปรับ บริษัทเอวิเอ แซทคอม จำกัด จำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1 แสนบาท ส่วนจำเลยอื่นให้ยกฟ้อง

ภายหลังมีศาลพิพากษาเสร็จสิ้น นายวรอรรถ สุนทรอภิชาติ ทนายความ กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นประกันตัว นายสุทธิวัฒน์ ซึ่งศาลตีราคาประกัน เป็นเงินสด 9 แสนบาท โดยอยู่ระหว่างขั้นตอน การวางหลักทรัพย์ พร้อมยืนยันว่าจะมีการอุทธรณ์คดีต่อ หลังศาลลงโทษจำคุกจำเลยวันนี้ เนื่องจากศาลเห็นว่าจำเลย เป็นผู้ขายเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้งานไม่ได้ ก็ต้องรับรู้ทั้งที่ความจริงแล้วเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด เป็นยุทธภัณฑ์ เอกชนไม่สามารถครอบครองได้ เราจึงสั่งซื้อตามสเปกที่มีการกำหนดมา พอเครื่องตรวจวัตถุระเบิดลงจากสนามบิน ก็มีรถทหารมารอรับเลย ซึ่งการทดสอบก็ต้องกระทำในห้องแล็บที่มีศักยภาพทดสอบได้ ตรงนี้เราจึงไม่รู้เห็นว่าเครื่องชำรุด ไม่ได้มาตรฐาน ปรากฏว่าศาลอนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราวเพื่อให้จำเลยไปต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาลแขวงดอนเมืองได้มี คำพิพากษาที่อัยการคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องกลุ่มจำเลย บริษัทเอวิเอซึ่งศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุก นายสุทธิวัฒน์ จำนวน 10 ปี จากการซื้อขายเครื่อง ตรวจสอบวัตถุระเบิด รวม 12 สัญญา รวมมูลค่า 600 ล้านบาท ให้แก่ กองทัพบก เป็นผู้เสียหาย

ตร.รอส่ง13สำนวนเงินทอนวัด - มติชน ฉบับวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561

เมื่อวันที่ 26 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวน จากกองปราบปราม และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าพบนายวิเชียร ถนอมพิชัย อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต พร้อมนำสำนวนการสอบสวนคดีทุจริตเงินทอนวัดมาหารือ

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า วันนี้ พล.ต.ต.ไมตรี และคณะพนักงานสอบสวน ได้นำสำนวนคดีเงินทอนวัดมาปรึกษาหารือกับนายวิเชียรในเรื่องของความสมบูรณ์และภาพรวมทางคดีให้เรียบร้อยก่อนเท่านั้น ยังไม่ได้ส่งสำนวนพยานหลักฐานให้อัยการเพื่อสั่งคดี เนื่องจากสัปดาห์หน้าจะมีการสับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่งของอัยการตามวาระจะมีอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตคนใหม่มารับผิดชอบงานแทนนายวิเชียร โดยอัยการและคณะพนักงานสอบสวนจึงหารือกันว่าจะส่งสำนวนคดีเงินทอนวัดให้อัยการเมื่ออธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตคนใหม่มารับตำแหน่ง ทั้งนี้ เพื่อความต่อเนื่องในการทำงาน ในสัปดาห์หน้าเมื่อมีการส่งสำนวนคดีเงินทอนวัดมาให้อัยการแล้วจะแถลงรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง

พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รองผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กล่าวว่า สำนวนคดีทั้งหมดนั้น ประกอบด้วย สำนวนจาก บก.ปปป. รวม 9 สำนวน ใน 12 วัด ส่วนสำนวนจากกองปราบปรามมีทั้งหมด 4 สำนวน 3 วัด ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการด้านเอกสารซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ

ผอ.สพท.เอี่ยวจัดซื้อครุภัณฑ์ไม่ซัดทอด - ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561

ปิดปากแน่น 'ที่มา' เอกสารแนบท้าย 'ล็อกสเปก'/ส่วนโยงบิ๊กสพฐ.คาดสิ้นเดือนนี้รู้ผล

ศึกษาธิการ * "โกศล" เผย คกก.สืบฯ จัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น รายงานผลสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเบื้องต้น ผอ.สพท.ที่ถูกกล่าวอ้างยังให้การปฏิเสธไม่ซัดทอดใคร ลั่นหากพยายามปกปิดข้อเท็จจริงก็ต้องรับผิดชอบคนเดียวไปเต็มๆ ส่วนทื่โยงใยไปถึงผู้บริหาร สพฐ. คาดรู้ดำรู้แดงภายในสิ้นเดือน ก.ย.

พล.อ.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระ ทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) ในฐานะรองประธาน คณะกรรมการแก้ไขปัญหาทุจริตภายในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการ จัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยม ศึกษาตอนต้น งบประมาณ 6 แสนบาทต่อโรงเรียน วงเงิน 279 ล้านบาท ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ในภาคอีสาน ว่า ขณะนี้การติด ตามตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวมีความคืบหน้าไปพอสมควร โดยนายสนิท แย้มเกสร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผช.เลขาฯ กพฐ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณี ดังกล่าว ที่สำนักงานคณะกรรม การการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แต่งตั้งขึ้น ได้รายงานก่อนหน้านี้ว่า มีการยืนยันว่าการดำเนินการจัดซื้อครุภัณฑ์ครั้งนี้มีการล็อกสเปกแน่นอน เพราะแต่ละโรงเรียนได้รับเอกสารแนบท้ายที่ระบุสเปกในการจัดซื้อไว้ชัดเจน ดังนั้นนายสนิทจึงได้สอบปากคำผู้บริหารโรงเรียนหลายแห่งที่ได้รับงบประมาณในการจัดซื้อครุภัณฑ์ดังกล่าวต่างยืนยันว่า ได้รับเอกสารครุภัณฑ์แนบท้ายดังกล่าวมาจากสำนัก งานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) แต่เมื่อไปสอบถามผู้อำนวยการ สพท.ที่ถูกกล่าวอ้าง แต่ก็ยังให้ การปฏิเสธไม่ซัดทอดใคร ระบุเพียงว่านำเอกสารแนบท้ายดังกล่าวมาจากรังนกกระจอกของ สพท.เท่านั้น

"ผมตั้งข้อสังเกตว่า ผอ.สพท.รายดังกล่าวอยู่ดีๆ ไปเอาเอกสารที่ไม่มีที่มาที่ไปจากไหนมาใส่เป็นเอกสารแนบท้ายให้กับโรงเรียนนำไปใช้ในการจัดซื้อครุภัณฑ์แบบนี้ก็ได้ด้วยหรือ อย่างไรก็ตาม นายสนิทยืนยันว่าจะติดตามเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความกระจ่างให้ได้ และหาก ผอ.สพท.ยังหลบเลี่ยงไม่ให้ความร่วมมือ พยายามปกปิดข้อเท็จจริงก็ต้องรับผิดชอบกันไปเต็มๆ "

พล.อ.โกศลกล่าวอีกว่า ในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวที่มีนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบนั้น ล่าสุดนายอรรถพลได้แจ้งให้ผมทราบว่า ได้ส่งหนังสือให้ผู้บริหาร สพฐ.ที่ถูกกล่าวหาว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ชี้แจงข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน คาดว่าภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้น่าจะครบกำหนดเวลา จากนั้นจะสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสนอ รมว.ศธ.ได้พิจารณาต่อไป.

'ทนายอัจฉริยะ'ยื่นหลักฐานพร้อมพยานปากสำคัญแฉวิ่งเต้นล้มคดีค้ายา'เอมี่' - สยามกีฬา ฉบับวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561

"ทนายอัจฉริยะ" เดินทางนำหลักฐานเพิ่มเติมพร้อมพยานขบวนการกุ้งมังกรวิ่งเต้นล้มคดีอดีตนางเอกดัง "เอมี่-อามาเรีย" ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมดำเนินการอย่างรัดกุมต่อไป

กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีหลังจากศาลตัดสินคดียาเสพติดของอดีตนางเอกสาว "เอมี่" อาเมเรีย จาคอป พ้นข้อกล่าวหาในข้อหาจำหน่ายยาเสพติด แต่ทางด้าน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ออกมาเปิดโปงเรื่องดังกล่าวว่า มีขบวนการวิ่งเต้นช่วยเหลืออดีตนางเอกจนพ้นข้อหาค้ายาเสพติด

ซึ่งล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เพื่อมอบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม กรณีได้รับร้องเรียนจากพลเมืองดีว่าคดียาเสพติด ซึ่งมี นายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ และ น.ส.อาเมเรีย หรือ เอมี่ จาคอป ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายฝ่ายร่วมกันทุจริตในการช่วยเหลือให้น.ส.อาเมเรียหลุดพ้นคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดในชั้นศาล

โดยนายอัจฉริยะเปิดเผยว่า ได้นำหลักฐานเพิ่มเติม และพาพยานที่รู้เรื่องราวและวิธีการวิ่งเต้นล้มคดีของเอมี่ พร้อมให้ปากคำกับคณะกรรมการเพื่อนำเข้าสำนวน สำหรับหลักฐานที่นำมามอบให้ ผบช.น. เป็นหลักฐานการค้าสำนวนของพนักงานสอบสวน ที่นำไปให้ทีมงานของจำเลยดูเพื่อหาช่องโหว่ในการต่อสู้คดีจนชนะ โดยคดีของเอมี่แก๊งนี้มีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 13 คน มีทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและพลเรือน หนึ่งในนั้นมีทนายความชื่อดังร่วมอยู่ด้วย ส่วนตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยกับการขายสำนวนมีด้วยกัน 3 หน่วย ตั้งแต่ชุดจับกุมถึงชุดทำสำนวน มียศสูงสุดเป็น ร.ต.อ. ถามว่าตนจะขอความคุ้มครองหรือไม่ คงไม่ขอเพราะตนไม่กลัวตายอยู่แล้ว

นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า สำหรับพยานที่นำมาวันนี้ไปรู้เห็นเหตุการณ์ซื้อขายสำนวนแล้วขบวนการเหล่านี้มาจ้างให้เขาหยุดเปิดเผยข้อมูล โดยเสนอให้เงินหลักแสนบาท แต่เขาไม่รับ ส่วนคำจำกัดความของกุ้งมังกร 5 หมื่น มาจากการที่กลุ่มขบวนการดังกล่าวพาพยานไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้กับวัดท่าไม้ จ.สมุทรสาคร และให้เงินเขาก้อนแรกจำนวน 5 หมื่นบาท และในวงอาหารได้มีการสั่งกุ้งมังกรมารับประทานกันด้วย อย่างไรก็ตามตนยังมีพยานปากสำคัญอีกราย แต่ขอเปิดเผยรายละเอียดทีหลัง

"ตอนนี้สิ่งที่ผมทำมันเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง และถ้ามันเป็นเรื่องเท็จผมจะไม่มีที่ยืนในสังคม ดังนั้นสิ่งที่ทำในวันนี้เราต้องการดำเนินการกับคนที่ล้มกระบวนการยุติธรรม ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง นอกจากนี้ยังได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายที่ทนายความคนดังทำคดีให้ไปเรียกรับเงินวิ่งเต้นคดียาเสพติดอีก 5 คดี ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 เรียกเงินค่าวิ่งเต้นคดีละ 5 แสนบาท ทำสำเร็จไป 1 คดี ไม่สำเร็จ 4 คดี มี 2 คดีที่คืนเงินให้ผู้ว่าจ้าง และอีก 2 คดีที่ไม่คืนเงินให้ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบหาความจริง" นายอัจฉริยะกล่าว

ด้าน พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผบช.น. กล่าวว่า ขณะนี้คณะพนักงานสืบสวนสอบในการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำนายอัจฉริยะ หลังเข้าพบ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. หากมีหลักฐานพาดพิงถึงใครก็จะดำเนินการเรียกมาสอบปากคำทั้งหมด ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายของสน.ศาลาแดงนั้น ทางพล.ต.ท.ชาญเทพ สั่งการมา หากมีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องจะต้องดำเนินคดีโดยไม่ปกป้องคนที่กระทำความผิดโดยเด็ดขาด ส่วนให้ออกจากราชการหรือไม่ ก็ต้องให้ทาง พล.ต.ท.ชาญเทพ เป็นผู้ตอบคำถามดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากสอบปากคำนายอัจฉริยะแล้วพาดพิงถึงใครก็จะดำเนินการทันที ส่วนกรณีการขอเปลี่ยนคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงนั้น ทางตนยินดีที่จะเปลี่ยนให้ ซึ่งทางนายอัจฉริยะไม่ติดใจแต่อย่างใดเนื่องจากผกก.สน.สายไหม แต่ดูเรื่องการสอบสวนดังกล่าวมีเจัาหน้าที่ตำรวจสน.สายไหมเกี่ยวข้อง อาจจะเกี่ยวข้องกับการทำงานของตำรวจบางคนทำให้รูปคดีเสียหาย ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการอย่างรัดกุมต่อไป

สัมภาษณ์พิเศษ: 'ดวงฤทธิ์' สยบปมดราม่า - ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561

ม้ว่าศาลปกครองจะไม่คุ้มครอง "กลุ่ม SA" ที่ขอความเป็นธรรมกรณีคณะกรรมการ (บอร์ด) บมจ.ท่าอากาศยานไทยหรือ ทอท.อนุมัติให้กลุ่มนิติบุคคลร่วมทำงานดีบีเอแอลพี- นิเคนเซกเก ประกอบด้วย บจ.ดวงฤทธิ์ บุนนาค, บจ.อีเอ็มเอส คอนซัลแตนท์, บจ.เอ็มเอชพีเอ็ม, บจ.มัลติ ซิสเต็ม เอ็นจิเนียริ่ง, บจ.เออาร์เจ สตูดิโอ และ บจ. นิเคนเซกเก หรือกลุ่มดวงฤทธิ์ ชนะฟาวล์ เป็นผู้ออกแบบอาคารผู้โดยสารหลัง ที่ 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยวงเงิน 329 ล้านบาท

แต่เสียงวิจารณ์รูปแบบดีไซน์ที่ไปละม้ายคล้ายกับหลายประเทศ ยังดังกระหึ่มไปทั่วโลก

"ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์พิเศษ "ด้วง-ดวงฤทธิ์ บุนนาค" สถาปนิกรุ่นใหญ่ วัย 52 ปี แกนนำผู้ออกแบบถึงปมดราม่าที่ถาโถม

Q : สรุปแบบได้ลอกคนอื่นมาหรือไม่

เราทำงานร่วมกันหลายบริษัท จะบอกว่าลอกก็เป็นข้อความที่รุนแรง เกินไป เราพูดได้เต็มปากว่าไม่ได้ลอก เพิ่งเห็นแบบที่บอกว่าเหมือนกัน หลังจาก ที่เราเป็นผู้ได้รับคัดเลือกแล้ว ตามกระบวนการทางกฎหมาย หากพิสูจน์แล้วว่าลอก เป็นเรื่องวิชาชีพต้องให้สภาสถาปนิกเป็นผู้วินิจฉัย

Q : แบบจะสามารถนำไปก่อสร้างได้จริง

การก่อสร้างตามแบบเป็นไปได้แน่นอน แบบที่เห็นแค่เริ่มต้น ขั้นตอนต่อไปต้องร่วมกับ ทอท. หาก ทอท.มีคอมเมนต์ให้ปรับแบบก็ปรับตามนั้น แต่โดยรวมไม่น่าจะเปลี่ยนไปมาก ซึ่งยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ได้เซ็นสัญญา

Q : นำไม้มาสร้างจะติดไฟได้ง่าย

สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศ ไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ระบุว่าจะไม่ได้มาตรฐานของ NFPA (สมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา) จริง ๆ NFPA อนุญาตให้ใช้ไม้ได้ ถ้าค่าควันไฟได้มาตรฐาน ในยุโรปก็มีนำ มาใช้ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ป้องกัน การลามไฟไว้ ซึ่งไม้ต้นทุนจะถูกกว่า วัสดุอื่น และเป็นมิตรกับระบบนิเวศ

Q : ทำไมถึงเลือกไม้เป็นวัสดุหลัก

เราออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Forest Terminal อยากให้เดินเข้าไปเหมือนเดินเข้าป่า อยากให้ต่างชาติที่เข้ามาได้รู้จักระบบนิเวศ ธรรมชาติที่ งดงามเพื่อเป็นจุดขายของประเทศ ในอาคารหลังใหม่จะมีป่าจำลอง 16,000 ตร.ม. ออกแบบเป็นป่าเขตร้อน ปลูกด้วยต้นไม้ใหญ่

ผลงานของผมใช้ไม้โดยตลอด เพราะชอบและรักษาระบบนิเวศ ทั่วโลก ก็กำลังศึกษาเรื่องนี้จริงจัง ไม่ว่าจะเป็น งานก่อสร้างอาคารใหญ่และเล็ก ทำให้ สภาพแวดล้อมไม่เสียและลดคาร์บอนไดออกไซด์ ปัจจุบันเทคโนโลยีการก่อสร้างอาคารสมัยใหม่ด้วยไม้ไปไกลมาก ซึ่งวัสดุที่ใช้ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก หิน ปูน ทราย มาจากพื้นดินใช้แล้วก็หมดไป แต่ไม้สามารถปลูกทดแทนได้ เพราะใช้ไม้จากป่าปลูก และผลิตจากอุตสาหกรรม มีผลิตในประเทศและนำเข้า ทั้งยุโรปตอนเหนือ อเมริกา และญี่ปุ่น

Q : ถ้า ทอท.ให้เปลี่ยนใช้วัสดุอื่น

ต้องคุยกับ ทอท.ก่อน มีความคิดเห็นเหมือนกันหรือไม่ เรามีแนวคิดชัดเจนเรื่องใช้ไม้ เพราะไม่ใช่ความสวยงามอย่างเดียว มีเรื่องระบบนิเวศและ การคำนึงถึงการใช้วัสดุที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อมด้วย ก็ต้องคุยใน รายละเอียดกับผู้บริหาร ทอท. แล้วอธิบายตรงนี้ไป ถ้าให้ปรับเปลี่ยนก็ไม่มี ปัญหา แต่การดีไซน์คงไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก

Q : เป็นแบบที่ค่อนข้างซับซ้อน

เราออกแบบร่วมกับบริษัทที่เป็นสากล เช่น นิเคนเซกเก มีประสบการณ์ออกแบบสนามบินหลายที่ในโลก รวมถึง ญี่ปุ่น ก็ได้ดูแบบร่วมกัน ก็ไม่ได้มีข้อกังวล เพราะในการทำงานจริงไม่ได้มีปัญหาขนาดนั้น มีเทคนิคเยอะแยะ เช่น เรื่องของ laminar air flow ในการป้องกันฝุ่น หรือการออกแบบระบบปรับอากาศไม่ให้มีฝุ่น อยากให้เข้าใจว่าบริษัทผมไม่ได้ทำงานคนเดียว เราทำงานร่วมกับวิศวกรอีก 5 ทีม และกับบริษัทญี่ปุ่นที่เป็น airport consult ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เพราะฉะนั้นไม่ปล่อยให้แบบมีปัญหาในเรื่องของการทำความสะอาดหรอก ทุกคนไม่ต้องกังวล

Q : คนมองว่าการบำรุงรักษายาก

เป็นเรื่องที่คิดไปเองครับ (หัวเราะ) คนพูดไม่เคยทำ อยากให้คนที่ออกมาพูดขอให้เป็นคนที่มีความรู้มากพอ เพราะการออกแบบสนามบินเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะเรื่องของการดูแลสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ จะเอาไป เปรียบเทียบกับการดูแลบ้านไม่ได้ คนละเรื่องกัน เป็นการก่อสร้างขนาดใหญ่ มีระบบดูแลรักษาอีกแบบหนึ่ง จริง ๆ การ maintenance ต้องเปลี่ยน mindset ใหม่ คนคอมเมนต์อาจจะคิดอยู่บนเทคโนโลยีเมื่อ 20 ปีที่แล้ว แต่เราพูดไปข้างหน้าอีก 20 ปี ถึงคุยไม่รู้เรื่อง ถ้ามีความรู้ความสามารถที่มองไปข้างหน้าแบบเรามันก็คุยกันได้

Q :แบบอาคารเก่ากับใหม่ที่ไม่เข้ากัน

แล้วจำเป็นต้องเข้ากันไหมครับ จริง ๆ ทีมที่ชนะเขาออกแบบให้เหมือนอาคารเดิม ซึ่งก็เข้ากัน แต่บอกได้เลยว่าจะออกแบบให้เชื่อมต่อกับอาคารเดิม นั้นไม่ได้ เพราะอาคารเดิมกับอาคารใหม่ มีหลายอย่างที่ไม่เหมือนกัน อาคารใหม่ เราออกแบบเป็นระบบ swing gate สามารถปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ ได้ตลอดเวลา ตัว corridor หรือทางเดิน เป็น 4 ทิศ ตัว gate ต้องมี 4 ชั้น

ขณะที่อาคารเดิมมีเพียง 3 ชั้น จะออกแบบให้เป็นแบบเดิมไม่ได้ ตัว swing gate เขาเรียกว่า arrival 2 departure 2 (ผู้โดยสารขาเข้าเปลี่ยน เป็นผู้โดยสารขาออก) ต้องมี 4 เลเยอร์ เมื่อมี 4 เลเยอร์ก็นำไปแปะกับของเดิม ไม่ได้ เพราะดีไซน์ทำไม่ได้

Q : ลงตัวกับระบบจราจรอื่น ๆ

ทุกอย่างดีไซน์ตามทีโออาร์ เช่น พื้นที่เชิงพาณิชย์มีมากกว่า 20,000 ตร.ม. การเข้า-ออกเชื่อมต่อมีครบ รถยนต์ แท็กซี่ รถบัส ซึ่งรถบัสออกแบบที่จอดแบบใหม่ทำให้สะดวกขึ้น ส่วนรถแท็กซี่ออกแบบให้มีคิวระบบดีขึ้น ส่วนการจอดรถ ส่วนบุคคลมีทั้งอัตโนมัติและระบบปกติ และมีรถไฟฟ้า APM เชื่อมอาคารเก่ากับใหม่

Q : มีข่าวลือได้งานนี้เพราะมีเพื่อนเป็นผู้บริหาร ทอท.

มีเพื่อนจริง แต่ผมไม่เคยไปของาน เขาเลยไปถามใครก็ได้ และไม่ชอบ เรื่องคอร์รัปชั่น เกลียดมาก พูดไปก็ไม่มี ใครเชื่อ แต่ผมถามเขาว่า งานนี้มีการล็อกหรือวางตัวใครไว้ก่อนไหม จะได้ไม่เสียเวลา เขาก็บอกไม่มี ส่งมาได้ ผมก็บอกเขาว่า ถ้าแบบผมดีก็เลือก ถ้าไม่ดี ไม่ต้องเลือกนะ ตัวผมเองทั้งชีวิต ไม่เคยรับเงินใคร ถ้าให้เพื่อนช่วย ผมคงได้ที่ 1 ไปแล้ว ผมก็เสียใจแทนผู้ที่ได้ที่ 1 เขาพลาดจริง ๆ เราเองได้ ที่ 2 นึกว่าแพ้ไปแล้ว แต่พอมีการ ติดต่อกลับมาว่าได้ที่ 1 เขาแพ้ฟาวล์เพราะเอกสารไม่ครบ ก็เซอร์ไพรส์ มาก

Q : จะลดค่าออกแบบลงอีกไหม

เราทำตามทีโออาร์ งบฯน้อยมาก ได้จริงไม่กี่ตังค์ เป็นครั้งแรกที่ออกแบบสนามบินที่เป็นโครงการใหญ่ เราตั้งใจ เต็มที่ ผมออกแบบมาหลายงาน ทั้งเอ็มควอเทียร์ และคอนโดมิเนียม พื้นที่เป็น 100,000 ตร.ม.

บทบรรณาธิการฐานเศรษฐกิจ: สัมปทานปิโตรฯ ต้องโปร่งใส - ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561

กระทรวงพลังงาน โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้เปิดประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแหล่งเอราวัณและบงกช ในรูปแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) มีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานเข้าร่วมยื่นเสนอตัว 4 ราย มากันครบทั้ง Chevron จากสหรัฐฯ, ปตท.สผ.ของไทย,Total E&P จากฝรั่งเศสและมูบาดาลาจากตะวันออกกลาง

การพิจารณาหาตัวผู้ชนะประมูล ต้องเปรียบเทียบข้อเสนอทั้งหมด ทั้งราคาก๊าซเฉลี่ยจากสัญญาแหล่งบงกชเหนือและบงกชใต้ ต้องไม่สูงกว่า 214.26 บาทต่อล้านบีทียู โดยให้น้ำหนักคะแนนถึง 65%, ส่วนแบ่งกำไรรัฐต้องได้ไม่ต่ำกว่า 50% มีสัดส่วนคะแนน 25%, ผลประโยชน์พิเศษ ให้น้ำหนักคะแนน 5% และสัดส่วนการจ้างบุคลากรสัญชาติไทยสิ้นปีแรกต้องไม่ต่ำกว่า 80% และปีที่ 5 ต้องไม่ต่ำกว่า 90% มีน้ำหนักคะแนน 5%

กระทรวงพลังงานประเมิน การประมูลครั้งนี้จะก่อให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชน 1.2 ล้านล้านบาท และทำให้เกิดรายได้จากการขายปิโตรเลียมประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท หักค่าใช้จ่ายคิดเป็นกำไรประมาณ 9 แสนล้านบาท เป็นกำไรภาครัฐกว่า 7 แสนล้านบาท นับจากปี 2565 ไปอีก 10 ปีข้างหน้า โดยทั้ง 2 แหล่งผลิต มีกำลังผลิตก๊าซรวมกัน 2,110 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือ 75% ของก๊าซที่ผลิตในอ่าวไทยทั้งหมด เอกชนได้สิทธิสำรวจปิโตรเลียม 3 ปี ต่อได้อีก 3 ปี และสิทธิในการผลิตปิโตรเลียมอีก 20 ปี

รัฐบาลหมายมั่นปั้นมือให้การประมูลครั้งนี้ เป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศมีความต่อเนื่อง ลดการนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี ที่ต้องซื้อในราคาตลาดโลก โดยไม่สามารถกำหนดชะตากรรมได้ อันจะนำไปสู่การเพิ่มภาระต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะหากเปิดแข่งขันและมีการผลิตก๊าซได้ขั้นต่ำที่ 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เชื่อว่าประเทศได้ประโยชน์จากการลดภาระในการนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีได้ประมาณ 11 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านบาท ลดการนำเข้าก๊าซแอลพีจีได้ประมาณ 22 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.6 แสนล้านบาท

เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ นำโดยพ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี แสดงท่าทีคัดค้านการเปิดประมูลรอบนี้ โดยขอให้กระทรวงพลังงานชะลอการประมูลออกไป 3 เดือน เพื่อตั้งคณะกรรมการเข้ามาศึกษาร่วมกันรวมทั้งแก้ไขทีโออาร์โดยเฉพาะผลประโยชน์ที่เป็นของรัฐเพียง 30% เท่านั้น

พิจารณาจากช่วงเวลาของสัมปทานเดิมที่สิ้นสุด และกระบวนการทำงานในการเข้าสำรวจ ผลิตก๊าซธรรมชาติคงเลี่ยงได้ยาก ที่จะทอดเวลาออกไป เพียงแต่การคัดเลือกให้เอกชนรายใดได้สิทธินี้ไป กระทรวงพลังงานต้องทำด้วยความโปร่งใส ตอบได้ทุกคำถาม โดยเฉพาะผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับรัฐและผลประโยชน์ภาพรวมที่จะเกิดกับประเทศ1212312121รักแม่ๆๆ