You are here

CG and corruptions News - 5 June 2018

บิ๊กตู่ลั่นไม่ปรับครม.อุ้มดอนกอดเก้าอี้ต่อ - โพสต์ทูเดย์

'IFEC' ร้อง 'ปปท.' สอบนายทะเบียน 'กรมพัฒนาฯ' ละเว้นส่อเอื้อประโยชน์ - สยามรัฐ

เผยอดีตพระพรหมเมธีชิงยื่น ขอลี้ภัย'เยอรมนี' - มติชน

โกงครุภัณฑ์อีสานจัดซื้อรถไถนาให้รร.อ้างเด็กเรียนคหกรรมต้องใช้ - ไทยโพสต์

กกต.ติวหลักสูตรสืบสวน-ไต่สวน เชื่อรธน.เข้ม-ช่วยลดโกงเลือกตั้ง - มติชน

จ่อหมายจับ'ผบก.เลย'โกง200ล. - ไทยโพสต์

คอลัมน์ มุมภาษี: สรุปนโยบาย กรมสรรพากรปี 2561- เดลินิวส์

คอลัมน์ กวนน้ำให้ใส: คดีพานทองแท้ หมดอายุความเมื่อไหร่? - แนวหน้า

คอลัมน์ ทัศนะจากผู้อ่าน: AOT สมบัติชาติ ที่ต้องโปร่งใส - กรุงเทพธุรกิจ

บิ๊กตู่ลั่นไม่ปรับครม.อุ้มดอนกอดเก้าอี้ต่อ - โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561

โพสต์ทูเดย์ - นายกฯ ประกาศไม่ปรับคณะรัฐมนตรี กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความคุณสมบัติ "ดอน" สัปดาห์หน้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่าง

ประเทศ ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากภรรยาถือหุ้นเกิน 5% ว่า จะไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และในระยะเวลาที่เหลือของรัฐบาล ก็ไม่มีแผน ไม่ได้คิดว่าจะต้องปรับใคร

"ปรับไปทำไม คุณก็ปรับเองแล้วกัน ผมไม่ปรับ อยู่ได้ก็อยู่ถ้าอยู่ไม่ได้ท่านก็ต้องออก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ด้าน นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต. กล่าวว่า เรื่องของนายดอนนั้น กกต. ได้มีการประชุมลับและมีมติไปแล้ว กำลังทำคำวินิจฉัยเพื่อส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งน่าจะส่งได้ในสัปดาห์หน้า และเรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณสมบัติอันเกี่ยวเนื่องกับการถือครองหุ้น ไม่ใช่เรื่องของการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและ หนี้สินที่ไม่ถูกต้อง จึงไม่คิดว่าจะต้องส่งกลับไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตัดสิทธิอะไรเพิ่มเติมอีก

อย่างไรก็ตาม โดยขั้นตอนของกฎหมายหากศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องแล้วมีเหตุสงสัยในความไม่ชอบ ศาลก็อาจมีดุลพินิจให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ และเมื่อมีคำวินิจฉัยในที่สุดว่าเห็นด้วยกับคำร้องของ กกต.ก็ให้พ้นจากตำแหน่งนับจากวันที่หยุดการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะส่งผลให้ต้องยกเว้นการดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากศาล รัฐธรรมนูญรับเรื่องนายดอนไว้พิจารณาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แต่หากถามบรรทัดฐานในกรณีพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือ ลาออก และบท เฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญบัญญัติ ชัดเจนว่าคนที่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม หรือห้ามกระทำการ หรือต้องพ้นตำแหน่งด้วยเงื่อนไขอะไรบ้าง และที่ตนอ่านไม่มีข้อยกเว้นในเรื่องนี้ ฉะนั้นต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

"สิ่งที่ผมสนใจขณะนี้คือ การที่มีหลายคนออกมาพูดว่า อย่าไปทำอย่างนั้น มันจะยุ่งวุ่นวาย เรื่องนี้จึงเป็นตัววัดว่า มันจะเปลี่ยนแปลงในเรื่องบรรทัดฐานทางการเมืองหรือไม่ ผมชี้มาตลอดว่า ในอดีตการเมืองไทยมักมีปัญหา เมื่อเกิดปัญหาในลักษณะนี้เพราะเราจะบอกรอให้กฎหมายจัดการ จนกระทั่งมัน เกิดปฏิกิริยาแรงต่อต้าน นำมาสู่ความเสื่อมศรัทธาและการยอมรับต่อรัฐบาล ดังนั้นอยู่ที่เจ้าตัวว่าจะตัดสินใจอย่างไร" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

'IFEC' ร้อง 'ปปท.' สอบนายทะเบียน 'กรมพัฒนาฯ'ละเว้นส่อเอื้อประโยชน์ - สยามรัฐ ฉบับวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.61 นายศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ให้ตรวจสอบการทำงานของนายทะเบียนส่วนจดทะเบียนบริษัทมหาชน และธุรกิจพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากรณีใช้ดุลพินิจขัดต่อระเบียบกฎหมายปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลางในการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทที่ลาออก หรือออกจากตำแหน่งของกรรมการบริษัท เป็นเหตุให้ IFEC และผู้ถือหุ้นกว่า 30,000 ราย ได้รับความเสียหาย

สำหรับเหตุผลการร้องเรียนนั้นประการแรก การยื่นของจดทะเบียนกรรมการชุดใหม่ของ IFEC เมื่อวันที่17 พ.ค.2561 มีคำขอจดทะเบียน (บมจ.101) พร้อมกัน 2 ฉบับ โดยข้อความเกือบเหมือนกันแตกต่างเพียงฉบับแรกอ้างถึง "มติที่ประชุมว่าคือวันที่ 2 พ.ค.2560" แต่อีกฉบับกลับไม่มีลงวันที่แต่ทั้ง 2 ฉบับมีลายมือชื่อนายทะเบียนลงไว้ จึงสงสัยว่าฉบับใดเป็นของจริงฉบับใดเป็นเท็จ

ประการที่สอง หนังสือขอถอนคำขอจดทะเบียนกรรมการใหม่เมื่อวันที่2 มิ.ย. 2560 ผ่านไปนานเกือบ 1 ปีแล้วทำเหตุใดคำขอยังคงมิได้รับการพิจารณาจดทะเบียน แต่พอมีคำขอเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงใหม่ขึ้นมา เหตุใดกรมพัฒนาฯ จึงรับคำขอใหม่ โดยไม่ได้พิจารณาคำขอว่าเป็นความประสงค์ที่แท้จริงของบริษัท

ประการที่สาม การเร่งรีบในการจดทะเบียนกรรมการออกโดยกรรมการท่านหนึ่ง เห็นได้ชัดว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้กรรมการเหลือ 3 คนจนไม่ครบองค์ประชุม ทำให้เกิดข้อขัดข้องในการบริหารจัดการบริษัทฯ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการต่างๆ ซึ่งกรมพัฒนาฯทราบดีว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นผลให้เกิดข้อขัดข้องต่อการบริหารธุรกิจบริษัท เหตุใดนายทะเบียนจึงรับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการลาออก และรับคำร้องขอเพิกถอนคำขอจดทะเบียนกรรมการเข้าใหม่ฉบับวันที่2 มิถุนายน 2560 ทั้งที่กรรมการท่านที่ได้ยื่นขอจดทะเบียน ไม่ได้มีหน้าที่ จึงสงสัยในจุดประสงค์การกระทำครั้งนี้อันเป็นการกระทำความผิดอาญา

เผยอดีตพระพรหมเมธีชิงยื่น ขอลี้ภัย'เยอรมนี' - มติชน ฉบับวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ตม.เยอรมนีรับเรื่องขอลี้ภัยอดีตพระพรหมเมธีที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต เป็นไปตามข้อบังคับการขอลี้ภัยของ'อียู' 'เจ้าคุณปิง'ยอมสละสมณเพศพบแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ตร.กองปราบฯเค้น 2 ชม. ยังไม่พบเอี่ยว'เงินทอนวัด' ก่อนนำตัวค้นกุฏิแล้วปล่อยตัวไป

กรณีพระชั้นผู้ใหญ่จำนวน 4 รูป ตกเป็น ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ในปี 2557 หรือคดี "เงินทอนวัด" มูลค่าความเสียหาย 250 ล้านบาท ทั้งหมดถูกจับกุมและศาลไม่ให้ประกันถูกส่งขังและจับสึกอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และต่อมาสามารถควบคุมตัวอดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ผู้ต้องหาตามหมายจับอีกราย โดยความร่วมมือของตำรวจสากล เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ได้ล็อกตัวไว้ได้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น ตามหมายจับและกระทรวงต่างประเทศของไทยมีคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางเล่มสีน้ำเงินของอดีตพระพรหมเมธี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ภายหลังจากอดีตพระพรหมเมธีได้รับการช่วยเหลือจากคนรอบข้างพาหนีเข้า สปป.ลาว ทางฝั่ง จ.นครพนม ก่อนเดินทางต่อเข้าประเทศกัมพูชา ขึ้นเครื่องบินสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ ที่สนามบินกรุงพนมเปญ ไปแวะจอดที่สนามบินในกรุง โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม บินข้ามไปยังกรุง โดฮา ประเทศกาตาร์ แล้วบินเข้าไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ตแล้วถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เดินทางขึ้นเครื่องด้วยเที่ยวบิน TG 926 สายการบินไทยไปรับตัวกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยนั้น

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมคณะได้เดินทางถึงสนามบินนครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี และเดินทางเข้ายืนยันตัวบุคคลอดีตพระพรหมเมธีถูกกักตัวไว้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในสนามบินเพื่อเข้าสู่กระบวนการเตรียมดำเนินการส่งตัวกลับประเทศ โด พล.ต.อ.จักรทิพย์และทีมงานได้เตรียมข้อมูลเอกสารและรายละเอียดข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อนำตัวผู้ต้องหากลับประเทศ

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จองตั๋วเครื่องบินเที่ยวกลับประเทศไทย เที่ยวบินที่ TG 921 จากเมืองแฟรงก์เฟิร์ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 14 ที่นั่ง เป็นการจองแบบบล็อกทั้งโซน เพื่อนำตัวผู้ต้องหากลับประเทศ โดยกำหนดเดินทางกลับถึงประเทศไทยตามตารางเวลาบินท้องถิ่นเมือง แฟรงก์เฟิร์ตเวลา 14.45 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ตามเวลาประเทศไทย 06.25 น. วันที่ 6 มิถุนายน

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวแจ้งว่า ทันทีที่อดีตพระพรหมเมธีเดินทางถึงประเทศเยอรมนี ได้ยื่นคำร้องขอลี้ภัยกับทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ประเทศเยอรมนี และขณะนี้ทาง ตม.เยอรมนีได้ส่งคำร้องขอลี้ภัยของอดีตพระพรหมเมธีไปยังสำนักงานดูแลผู้อพยพและผู้ลี้ภัยแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี หรือ Federal Office for Migration and Refugees (BAMF) แล้ว ขั้นตอนต่อไปจะต้องมีการสัมภาษณ์ สอบประวัติ และซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่ยื่นคำขอลี้ภัย มีรายงานด้วยว่าสำหรับคณะของ ผบ.ตร.ที่ประสานเพื่อรับตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยนั้นได้ถูกทางการเยอรมนีกันไม่ให้พบเจอตัวอดีตพระพรหมเมธี เนื่องจากเหตุผลเพื่อคุ้มครองสิทธิและเพื่อความปลอดภัยของผู้ยื่นคำขอลี้ภัย เพราะได้ยื่นคำขอลี้ภัยแล้วจะได้รับความคุ้มครองตามกฎเกณฑ์ว่าด้วยผู้ลี้ภัยทันที

สำหรับหลักเกณฑ์การขอลี้ภัยในประเทศเยอรมนีจะสามารถยื่นคำขอได้หากเข้าหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 1.การขอลี้ภัยทางการเมือง 2.การขอลี้ภัยในประเภทฐานะผู้ลี้ภัย 3.การขอรับความคุ้มครองเพียงบางส่วน 4.การขอคุ้มครองเพื่อไม่ให้ถูกส่งไปยังประเทศต้นทาง

คำขอลี้ภัยทางการเมืองเป็นประเภทที่ 1 จะเป็นการขอลี้ภัยเนื่องจากถูกละเมิดเสรีภาพทางศาสนา ความเชื่อทางการเมือง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่มีความร้ายแรง ส่วนคำขอลี้ภัยประเภทที่ 2 จะเป็นกรณีขอลี้ภัยด้วยเหตุผลจากการถูกกลั่นแกล้งดำเนินคดี ถูกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ด้วยเหตุผลทางการเมือง ศาสนา เชื้อชาติ ละเมิดพื้นฐานความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง โดยกรณีของพระพรหมเมธีคาดว่าจะยื่นคำขอลี้ภัยประเภท 1 หรือ 2

สำหรับประเทศไทยไม่จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่เป็นรัฐต้นทางที่มีความปลอดภัย (Safe States Of Origin) ตามหลักเกณฑ์ของเยอรมนีในการพิจารณาคำขอลี้ภัย โดยส่วนหนึ่งคำนึงว่าประเทศนั้นมีประชาธิปไตยหรือถูกปกครองโดยเผด็จการ ส่วนสาเหตุที่คำร้องขอลี้ภัยที่อดีตพระพรหมเมธีได้รับการพิจารณานั้นเนื่องจากประเทศเยอรมนีต้องปฏิบัติตาม Dublin Regulation (ระเบียบดับลิน) เกี่ยวกับผู้ลี้ภัยของสหภาพยุโรปและก็ต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัย ค.ศ.1951 ที่เยอรมนีเป็นภาคีสมาชิกเป็นพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาอีกด้วย ถึงแม้คำขอลี้ภัยของอดีตพระพรหมเมธีจะถูกปฏิเสธ อดีตพระพรหมเมธีก็ยังมีสิทธิยื่นคำขออุทธรณ์ต่อไปได้อีก โดยระยะเวลาในการพิจารณาคำขอ ปัจจุบันมีการเร่งรัดให้เร็วกว่าเดิมมาก โดยใช้ระยะเวลาพิจารณา ประมาณ 2 เดือน

เมื่อเวลา 12.45 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้นำตัว พระวิสุทธิศาสนวิเทศ หรือเจ้าคุณปิง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และเลขานุการส่วนตัวอดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาส ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด มาสอบสวนที่ กก.1 บก.ป. ทันทีที่มาถึงกองปราบปรามทางเจ้าหน้าที่ได้นำเจ้าคุณปิงเดินหลบเข้าประตูด้านข้างของอาคารเพื่อหลบสื่อมวลชนที่มาเฝ้ารอทำข่าวก่อนเข้าไปสอบปากคำอย่างเคร่งเครียด

การนำตัวมาสอบปากคำสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯได้เข้าค้นในกุฏิที่พักเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม และได้ให้เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ใช้เครื่องมือพิเศษตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์มือถือของเจ้าคุณปิง พบภาพอนาจารที่เจ้าคุณปิงได้เสพสังวาสกับฆราวาสเพศชาย ปรากฏเป็นภาพนิ่งและภาพวิดีโอจำนวนหนึ่ง ชุดสืบสวนของกองปราบฯจึงประสานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กระทั่งพิจารณาร่วมกันว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดวินัยสงฆ์อย่างร้ายแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯจึงได้ไปนำตัวเจ้าคุณปิงมาสอบสวนดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังการสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง ตำรวจกองปราบปรามได้นำตัวเจ้าคุณปิงเดินทางไปยังวัดสระเกศฯ เพื่อเข้าตรวจค้นภายในกุฏิเพิ่มเติมอีกครั้งและให้เจ้าคุณปิงลาสิกขาหลังจากที่เจ้าตัวแสดงความจำนงยอมสละสมณเพศด้วยตัวเอง เนื่องจากพฤติกรรมตนไม่เหมาะสมขณะอยู่ในเพศบรรพชิต ส่วนคดีอาญานั้นขณะนี้ยังไม่พบว่าเข้าข่ายกระทำความผิดรวมทั้งในส่วนของคดีเงินทอนวัดด้วย หลังจากสึกแล้วกองปราบฯก็ปล่อยตัวไป

พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินโท) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ในฐานะรักษาการเจ้าคณะกรุงเทพ มหานคร กล่าวถึงกรณีเจ้าคุณปิงว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากนี้ ให้เป็นไปตามกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต่อไป

สำหรับ "เจ้าคุณปิง" เป็นที่รู้กันว่าเป็นพระสงฆ์ที่มีความสนิทสนมกับวงการดารา ผู้จัดละคร และวงการบันเทิงจนมีลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นคนที่มีชื่อเสียงจำนวนหนึ่ง ยังเป็นผู้สนับสนุนโครงการปลูกต้นกล้ายาตราพุทธภูมิ เป็นโครงการบวชสามเณรของวัดสระเกศฯ ที่มีบรรดาเด็กผู้ชายเข้ามาร่วมบวชจำนวนมากในแต่ละปีอีกด้วย เจ้าคุณปิงถือเป็นพระดาวรุ่งคนหนึ่งของวัดสระเกศฯ ก่อนหน้าที่จะอุปสมบทจบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จากนั้นศึกษาทางธรรมจนจบเปรียญธรรม 3 ประโยค และจบการศึกษาพุทธศาสนามหาบัณฑิตจากมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยควบคู่กันด้วย เจ้าคุณปิงเป็นหนึ่งในพระที่ได้เลื่อนสมณศักดิ์อย่างรวดเร็วเนื่องจากบวชมาเพียงแค่ 16 พรรษา แต่ได้เป็นถึงพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญที่ตำแหน่งพระวิสุทธิศาสนวิเทศ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2558 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ครองสมณศักดิ์เป็นพระครูปลัดสุวัฒนสิทธิคุณฯ ทำหน้าที่พระฐานานุกรมในพระพรหมสิทธิ เพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. ได้เดินทางเข้าทำงานที่กองบังคับการปราบปรามเมื่อเวลา 08.00 น. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ดักรอว่า ในคดีของอดีตพระพรหมเมธี ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ ต้องรอให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เดินทางกลับมาและเป็นผู้ให้สัมภาษณ์เอง

พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) นครพนม เปิดเผยทางโทรศัพท์ถึงความคืบหน้าในการออกหมายจับผู้ที่มีส่วนรู้เห็นและช่วยให้การหลบหนีของอดีตพระพรหมเมธี เป็นคนไทย 3 คน และคนลาวอีก 2 คน ในข้อหากระทำความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 189 อยู่ระหว่างการประชุมหารือว่าจะให้ทางตำรวจนครพนมเป็นผู้ขออำนาจศาลออกหมายจับ หรือจะให้โอนมาที่กองบังคับการปราบปราม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 5 คน ประกอบด้วย 1.คนขับรถ คนสนิทของอดีตพระพรหมเมธี 2.นางจันทนา รัตนวงศ์ หญิงชาวลาว 3.ลูกชายนางจันทนา 4.สีกาจุ๋ม เจ้าแม่วงการตลาดหุ้น และ 5."พระหนุ่ม" หรือพระอธิการพรเทพ เจ้าอาวาสวัดป่าสุคนธรักษ์ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ที่ให้นำรถตู้มาฝากไว้ที่วัด

นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการควบคุมอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในคดีเงินทอนวัด และนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ซ่องโจรและปลอมพระปรมาภิไธย ว่า การดูแลอดีตพระผู้ใหญ่ขณะนี้เริ่มปรับตัวได้บ้างแล้วไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพแต่อย่างใด ในส่วนของอดีตพระพุทธะอิสระพบว่าเมื่อเช้ามีอาการเลือดออกในกระเพาะอาหาร จึงนำตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯไปตรวจอาการอย่างละเอียดที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ก่อนนำตัวกลับมาคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯเช่นเดิม เบื้องต้นพบว่าเป็นอาการข้างเคียงจากการรับประทานยาที่รักษาอาการโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทางแพทย์ประจำโรงพยาบาลได้เปลี่ยนเป็นยาฉีดและแต่อดีตพระพุทธะอิสระมีระบบขับถ่ายอุจจาระเป็นสีดำมาหลายวันแล้ว จึงนำไปตรวจอาการอย่างละเอียดพบว่ามีเลือดออกกระเพาะอาหาร

นายกฤชกล่าวอีกว่า อาการปวดหลังยังคงทรงๆ ไม่ได้ดีขึ้น เพราะเท่าที่ทราบจากเจ้าหน้าที่พบว่าช่วงตี 1 อดีตพระพุทธะอิสระจะลุกขึ้นมานั่งสมาธิภายในห้องขังที่มีเพื่อนผู้ต้องขังนอนร่วมห้องประมาณ 20 คน โดยนั่งสมาธิจนถึงช่วงเช้า ที่เจ้าหน้าที่จะมาไขกุญแจเปิดเรือนนอนให้ออกไปกิจวัตรประจำวัน ซึ่งเมื่อช่วงเช้าก็ได้พบกับอดีตพระพุทธะอิสระก็บอกว่า "ฉันดื้อเอง ท่าน ผบ."

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวกรณีความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบ ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัดว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะนี้ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพียงแต่เชิญ ร.ท.ฐิติ ทัตน์ ไปสอบสวน ยังไม่ได้มีการกล่าวหาโทษ

พล.อ.ธารไชยยันต์กล่าวต่อว่า กองทัพไทยยินดีให้ความร่วมมือหาก ร.ท.ฐิติทัตน์มีความผิด หรือทางตำรวจ ได้ชี้ประเด็นมาว่าผิดอย่างไร ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนอยู่แล้ว พร้อมให้การสนับสนุน เบื้องต้น ร.ท.ฐิติทัตน์เข้ามารายงานตัวกับผู้บังคับบัญชาเรียบร้อยแล้ว และสั่งสำรองราชการไว้ก่อน หมายถึง ไม่ให้ใช้ตำแหน่งหน้าที่เดิมไปมีบทบาทหรือมีอิทธิพลเหนือหลักฐานต่างๆ แต่ยังคงได้รับเงินเดือนเพราะความผิดไม่สำแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหา

"ผมไม่กังวลหากถูกมองว่าทหารช่วยเหลือกัน ทุกอย่างต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางราชการ หากดำเนินการรุนแรงกว่านี้ แล้วถูกฟ้องกลับว่าใช้อำนาจเกินกว่าเหตุจะทำอย่างไร คงรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหากับ ร.ท.ฐิติทัตน์ ก่อนค่อยดำเนินการ หน้าที่ของกองทัพตอนนี้คือตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัย หากมีข้อสงสัยว่าทำให้กองทัพเสียหายก็ดำเนินการ แต่ในทางกฎหมายอาญาตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาใด ทราบว่า ร.ท.ฐิติทัตน์ ได้ชี้แจงกับตำรวจกรณีมีอาวุธปืนหลายสิบกระบอก ทุกกระบอกมีหลักฐานการครอบครองถูกต้อง ส่วนเงินทอนวัด เขาปฏิเสธไม่เกี่ยว" ผบ.ทสส.กล่าว

โกงครุภัณฑ์อีสานจัดซื้อรถไถนาให้รร.อ้างเด็กเรียนคหกรรมต้องใช้หมอธีลั่น24ชั่วโมงรู้ใครโดนย้าย - ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ศึกษาธิการ * "หมอธี" ลั่นไม่ต้องลุ้น มีโยกย้ายอังคาร 5 มิ.ย.นี้แน่นอน ขอให้ใจเย็นๆ อีกไม่เกิน 24 ชั่วโมงก็รู้ เผยมีการจัดซื้อรถไถนาให้โรงเรียน อ้างเรียนคหกรรม ประชดถ้าเด็กเรียนวิชาสาธารณสุขไม่ต้องซื้อเครื่องเอกซเรย์มาให้ด้วยหรือ ย้ำยังไม่ได้คำตอบเรื่องการลงนามอนุมัติงบ

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระ ทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีที่ผู้ค้าร้องเรียนขอให้ตรวจสอบทุจริตของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น งบประมาณ 6 แสนบาทต่อโรงเรียน ว่าอาจจะมีการล็อกสเปก และมีการแจ้งจัดสรรใน 458 โรงเรียน ใช้งบจำนวน 279 ล้านบาท แต่ภายหลังเมื่อมีการอนุมัติงบพบว่า มีโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรรทั้งหมดกว่า 600 โรง ว่า ขณะนี้มีหลักฐานทางบัญชีหมดแล้ว แต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ อีกทั้งกลุ่มพ่อค้าที่ร้องเรียนยังบอกว่าได้มีการทำข้อตกลงกับโรงเรียนจริง ซึ่งตนก็มีคำถามง่ายๆ ว่านี่เป็นการดำเนินแบบ Top-Down

"คือมีคนไปบอกโรงเรียนว่าจะจัดครุภัณฑ์รถไถนามาให้ ทั้งที่ไม่ใช่ความต้องการของโรงเรียน เพราะว่าการจัดซื้อรถไถนานั้น โรงเรียนจะใช้ในการจัดการเรียนการสอนกี่ชั่วโมง และมีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องซื้อ โรงเรียนจะใช้สถานที่เก็บรถอย่างไร และใช้น้ำมันจำนวนเท่าไหร่ และยังมาอ้างว่าที่จัดซื้อ เพราะโรงเรียนเรียนวิชาคหกรรมเลยจำเป็นต้องใช้รถไถนา อย่างนี้ถ้าเรียนด้านสาธารณสุขไม่ต้องซื้อเครื่องเอกซเรย์มาใช้ด้วยหรือไม่" รมว.ศธ.กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปแล้วใครเป็นผู้เซ็นอนุมัติงบในโครงการนี้ นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า ตนได้ตั้งคำถามไปยัง สพฐ.ว่า การลงนามอนุมัติงบประมาณ จำนวน 279 ล้านบาท ใครควรเป็นคนเซ็น แต่มาอ้างกับตนว่าเป็นการเซ็นส่งเงิน แต่การเซ็นส่งเงินนั้น โครงการต้องได้รับการอนุมัติก่อน และหากมาอ้างว่าโครงการได้รับการอนุมัติจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ไม่ถูกต้อง เพราะ สนช.อนุมัติแค่กรอบวงเงิน แต่การอนุมัติโครงการมีอำนาจการอนุมัติตามลำดับ ซึ่งประเด็นนี้ยังไม่มีใครตอบตนได้

"ผมบอกได้เลยว่าไม่ต้องลุ้นมีเรื่องโยกย้ายเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 5 มิถุนายนนี้แน่นอน แต่ผมไม่ขอบอกตอนนี้ว่าเป็นระดับไหน เพราะไม่อยากพูดมากเดี๋ยวไก่ตื่น และมีกำลังภายในกันเยอะ ขอให้ใจเย็นๆ อีกไม่เกิน 24 ชั่วโมงก็รู้แล้วว่าเป็นใครหรือระดับไหน" รมว.ศธ.กล่าว.

กกต.ติวหลักสูตรสืบสวน-ไต่สวน เชื่อรธน.เข้ม-ช่วยลดโกงเลือกตั้ง - มติชน ฉบับวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่โรงแรมบัดดี้ โอเรียลทอล ริเวอร์ไซด์ ปากเกร็ด สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดอบรมหลักสูตรสืบสวนและไต่สวน สำหรับผู้บริหาร รุ่นที่ 1 โดยมีผู้บริหารทุกคนของสำนักงาน กกต. ทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาค แบ่งกลุ่มผู้เข้ารับการอบรมออกเป็น 3 รุ่น รวมทั้งสิ้น 236 คน โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 1 มีจำนวนผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 79 คน ซึ่งวัตถุประสงค์ของการจัดอบรมเพื่อฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้นให้มีความรู้ ความชำนาญ ในข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่มีความเปลี่ยนแปลงไป สามารถปฏิบัติงานตามกฎหมาย เป็นกำลังสำคัญในการควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรมและมีประสิทธิภาพ โดยการอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาทนายความ เป็นต้น

นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการ กกต. กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้การทุจริตจะลดน้อยลง เนื่องจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมีความเข้มข้นลงโทษผู้กระทำความผิดมากขึ้น ทั้งการแจกใบดำ หรือ ตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต รวมถึงการดำเนินคดีทางอาญาที่มีโทษจำคุกขั้นสูง

จ่อหมายจับ'ผบก.เลย'โกง200ล. - ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ขอนแก่น * ขีดเส้นอดีตผู้การเลยเข้าให้ปากคำ 6 มิ.ย. หลังเบี้ยวอ้างขอรวบรวมพยานหลักฐานให้รอบคอบ รอง ผบช.ภ.4 เล็งฟันข้อหาฉ้อโกงประชาชนหรือแชร์ลูกโซ่ พร้อมสอบเพิ่ม 6 ตร.

เมื่อวันจันทร์ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีที่มีกลุ่มข้า ราชการตำรวจ จ.เลย รวมตัวเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กรณีเกิดการทุจริตโครงการกู้รวมหนี้ ของสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย ว่า จากการสอบสวนผู้เสียหายและพยานมีความคืบหน้าไปมาก พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายและพยานไปแล้วหลายปาก โดยจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นของการบริหารงานสหกรณ์ บุคคลอื่นที่มีความเกี่ยวข้อง และเส้นทางทางการเงิน ซึ่งต้องขยายผลในทุกมิติ หากพบ การกระทำความผิดก็จะดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด

"ทั้งนี้ คงต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทางตำ รวจภูธรภาค 4 ให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่ง ผบ.ตร.ได้ให้คำมั่นว่าเรื่องนี้ต้องมีทางออกให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเดือดร้อน เพราะเป็นเรื่องของปากท้องของตำรวจชั้นผู้น้อยที่มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง ผบ.ตร.มีความเห็นใจข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเสียหายในครั้งนี้ ยืนยันว่าจะแก้ปัญหาไม่ทอดทิ้งกัน" รองโฆษก ตร.ระบุ

พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดช ไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัว หน้ากรณีการร้องเรียนปมทุจริตโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร จ.เลย กล่าวว่า พล.ต.ต. สุทิพย์ ผลิตกุศลธีช รอง ผบช.สำนักงานกำลังพล อดีต ผบก.ภ. จว.เลย ได้ขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำเป็นวันพุธที่ 6 มิ.ย. เวลา 13.00 น. เนื่องจากเจ้าตัวกำลังขอเคลียร์เอกสารหลักฐานในเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสอบสวนที่ บช.ภ.4 ได้แต่งตั้งขึ้น

"คณะกรรมการสอบสวนได้รับทราบถึงการขอเลื่อนการเข้าให้การของ พล.ต.ต.สุทิพย์ใน วันนี้แล้ว และได้ให้โอกาสในการเข้ามาชี้แจงอีกครั้งในวันพุธนี้ ทั้งนี้ หาก พล.ต.ต.สุทิพย์ไม่เข้าพบในวันพุธตามการนัดหมาย บช.ภ.4 จะต้องออกหมายเรียกและออกหมายจับ ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป"

พล.ต.ต.ธนาศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า อดีต ผบก.ภ.จว.เลย จะต้องมีความผิดเกี่ยวกับคดีอาญาและความผิดทางวินัย แม้ย้ายไปนอกสังกัด บช.ภ.4 อยู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ก็ต้องเสนอให้ตั้งกรรม การสืบสวนข้อเท็จจริงและพิจารณา ข้อบกพร่องในส่วนของวินัย ส่วนคดีอาญาต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน หรือกู้ยืมเงินที่ เป็นการฉ้อโกงประชาชน เข้าลักษณะ แชร์ลูกโซ่หรือไม่

ทั้งนี้ วันเดียวกัน พล.ต.ต. ธนาศักดิ์ได้ร่วมทำการสอบปาก คำ 6 นายตำรวจในสังกัดตำรวจ ภูธรจังหวัดเลย ที่ได้รับความเดือดร้อนในกรณีที่เกิดขึ้น ประ กอบด้วย พ.ต.ท.บรรจง เปรมอยู่ สว.อก.สภ.โพนทอง, ร.ต.อ.สุพัฒน์ พลค้อ รอง สว. (สอบสวน) สภ.โพนทอง, พ.ต.ท.ณัฐกมล ท้าวกลาง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองเลย, พ.ต.ท.เสน่ห์ รักวาด สวป.สภ.หนองหิน, พ.ต.ท.ชาติชาย ศรีบุรินทร์ สว.สส. สภ.เชียงกลม และ พ.ต.ต.พยุพล ขันตีชู สว.อก. สภ.เชียงกลม ซึ่งนายตำรวจทั้ง 6 นายดังกล่าว ทั้งหมดตกเป็นผู้เสียหาย ตามที่ได้มีการส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.

"การเข้าให้ปากคำครั้งนี้เป็นการเพิ่มเติมในประเด็นที่คณะกรรมการสอบสวนยังคงสงสัย เพื่อให้การรวบรวมพยานหลักฐานนั้นหนาแน่นเพิ่มขึ้น จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของการแจ้งข้อหาในคดีอาญากับผู้ที่เข้าข่ายกระทำความผิดในกรณีดังกล่าวทั้งหมดทุกคน" พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ระบุ.

คอลัมน์ มุมภาษี: สรุปนโยบาย กรมสรรพากรปี 2561- เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561

สุเทพ พงษ์พิทักษ์

suthep.pongp@gmail.com

นอกจากเน้นการจัดเก็บภาษีให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้แล้ว อธิบดีกรมสรรพากร ได้เน้นย้ำในเรื่องที่สำคัญ 4 เรื่อง คือ

ประการที่ 1 แนวคิดในการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี โดยมองเป็นภาพรวม

(1) แยกระหว่างคนดีคนไม่ดี ในปัจจุบันยังมีคนอยู่นอกระบบอย่างมาก ต้องแยกคนทำดีและไม่ดี คนส่วนใหญ่ต้องการทำดี แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องการคำแนะนำให้ทำให้ถูกต้อง คนทำดีให้ทำด้วยความสมัครใจ เรื่องตรวจแนะนำ ให้ดำเนินต่อไปผ่อนปรนได้ในสิ่งที่ควร คืนภาษีให้เร็ว บริการให้รวดเร็ว และต้องใช้กฎหมายเคร่งครัด ร่วมกับองค์การต่าง ๆ ที่จัดการคนที่ไม่สุจริต

(2) ข้อมูลสารสนเทศ คือ วิธีทำน้อยได้มาก สำหรับข้อมูลที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ให้นำมาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยในการบริหารงานได้

(3) มาตรการบัญชีชุดเดียว เจ้าหน้าที่สรรพากรต้องวิเคราะห์แบบแสดงรายการของผู้เสียภาษี ส่งเสริมให้ทำให้ถูกต้อง โดยส่งเสริมแบบ mass ใช้โซเชียลมีเดีย และสื่อต่าง ๆ และต้องหาพาร์ตเนอร์ในการช่วยส่งเสริม อาทิ สำนักงานบัญชี สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไทย สมาคมธนาคาร กรอ. เน้นแก้ไขปัจจุบัน และมองไปข้างหน้า ผู้เสียภาษีที่กลับตัวเป็นคนดี ต้องให้โอกาส และไม่ทำให้รู้สึกว่าอยากจะกลับไปเป็นคนไม่ดีอีก

(4) การเร่งรัดหนี้อากรค้างรายที่มีโอกาสที่จะชำระภาษีให้ได้เม็ดเงินภาษี

ประการที่ 2 ยกระดับการให้บริการประชาชน'ง่าย สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส" ส่งเสริม e-filing e-tax invoice โดยสรรพากรเพียงแค่ตั้งกติกา ปฏิบัติตามนโยบาย Zero copy ของรัฐบาล ปรับปรุงระบบคืนเร็วให้คนดีให้รวดเร็ว เปลี่ยนนโยบายจาก "ยักษ์" เป็น "ยิ้ม" (อ่อนนอกแข็งใน) จัดให้มีการให้คะแนนจากผู้เสียภาษีอากร (citizen feedback)

ประการที่ 3 นโยบายภาษี ให้เพิ่มเรื่องการมีส่วนร่วมของข้าราชการในกรมสรรพากร การทำงานเป็นทีม teamwork แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายภาษีอากรให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าทางธุรกิจ และพันธกรณีกับต่างประเทศ ต้องทำตามแต่ให้ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ให้ได้ และต้องนำข้อมูลของประเทศอื่นมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

ประการที่ 4 เรื่องคนเรื่องงาน(1) "คนเก่ง คนดี มีความสุข" - "คนเก่ง" หมายถึง พี่สอนน้อง ให้มาสอนคนอื่นในองค์กร จัด session แชร์ความรู้ และถ่ายทอดวิทยายุทธได้ อยากให้มีโรงเรียนสรรพากร และใช้อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วย เพื่อให้กระจายได้ทั่วพื้นที่ เช่น เปิดผ่าน intranet ตอนเที่ยง และถ้าต้องเชิญคนนอกมา ก็ให้เชิญมาได้-"คนดี" เน้นความซื่อสัตย์ มองปัจจุบันและอนาคต ทำงานเป็นทีม การมีส่วนร่วม"มีความสุข" เป็นข้าราชการที่มีขวัญกำลังใจดี

(2) วิเคราะห์งานแบบ streamline เพื่อดูความซ้ำซ้อนของงาน ลดรายงานต่าง ๆ ไม่จำเป็นตัดทิ้งไป ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและซ้ำซ้อน

(3) ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดกระดาษ(4) การติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน และกระบวนการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

(5) การวิเคราะห์ข้อมูล และการประยุกต์ใช้ข้อมูล

(6) การประชาสัมพันธ์เชิงรุก ฯลฯ

สรุปนโยบายการจัดเก็บภาษีปี 2561 "เพิ่มรายได้จัดเก็บ บริการผู้เสียภาษี นโยบายฟังคนข้างในมากขึ้น คนดี ซื่อสัตย์ มองปัจจุบันและมองไปข้างหน้า".

คอลัมน์ กวนน้ำให้ใส: คดีพานทองแท้ หมดอายุความเมื่อไหร่? - แนวหน้า ฉบับวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561

สารส้ม

สงสัยอยู่เหมือนกันว่า ทำไมคนบางกลุ่มถึงกระเหี้ยนกระหือรือ อยากรีบเลือกตั้งให้ได้ในปีนี้

เพราะตามโรดแมป ก็บอกว่าภายในต้นปี 2562 ถัดไปอีก 3-4 เดือน บวก-ลบ

ใครมันจะเป็นจะตาย? ใครมันจะปวดท้อง?แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่ยืดเยื้อมานานแล้ว คือ คดีฟอกเงินกรุงไทย ที่มี นายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกของนายใหญ่ บิ๊กบอส-ซุปเปอร์บอส ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ยังอ้อยอิ่ง อยู่ในชั้นสอบสวนของดีเอสไอ

อธิบดีดีเอสไอ เป็นหัวหน้า คณะพนักงานสอบสวนเองเคยบอกว่าจะสรุปตั้งแต่ก่อนสิ้นปี 2560 แต่จนบัดนี้ ก็ยังไม่ปรากฏความคืบหน้าคนเริ่มพูดถึง "ลูกกระทิงแดงโมเดล"

กรณีลูกกระทิงแดง บางคดี บางข้อหา หมดอายุความไปก่อนที่อัยการจะได้ตัวไปส่งฟ้องศาล

น่าคิดว่า คดีฟอกเงินของลูกบิ๊กบอส-ซุปเปอร์บอส น่าจะหมดอายุความเมื่อใด?

1. คดีนี้ พานทองแท้ และพวก ปฏิเสธตลอดข้อหา ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

ซึ่งถ้าจริง ก็น่าจะรีบเร่งรัดคดี เพื่อให้ได้รับโอกาสเข้าไปต่อสู้ พิสูจน์ ความสุจริตของตนเองในชั้นศาล ไม่ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำสำนวนจนขาดอายุความไปเสีย เพราะข้อครหาจะตราตรึงอยู่ต่อไป

2. คดีทุจริตเงินกู้กรุงไทยนั้น ศาลฎีกาฯ พิพากษาลงโทษจำเลย คนอื่นๆ ไปหมดแล้ว เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2558

เพียงแต่ตัวพ่อ คือ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 1 หนีคดี ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 ไว้ชั่วคราว พร้อมกับออกหมายจับ ล่าสุด ให้กระบวนการพิจารณาคดีเดินหน้าต่อไปแล้ว

ในสำนวนคดีนี้ ทักษิณถูกกล่าวหาว่า เป็น "บิ๊กบอส" ผู้สั่งการ ให้ผู้บริหารธนาคารกรุงไทยอนุมัติสินเชื่อตามที่เอกชนเสนอ ทั้งที่มีสถานะอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ไม่อาจอนุมัติสินเชื่อให้ ละเว้นไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ เมื่อเอกชนได้รับสินเชื่อ แล้ว ก็ไม่นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์

3. คำพิพากษาศาลฎีกาฯ ข้างต้น เผยให้เห็นการกระทำอุกอาจ เกี่ยวกับการสั่งการ การอนุมัติสินเชื่อโดยมิชอบ ระบุว่า พยานซึ่งเป็นกรรมการพิจารณาสินเชื่อธนาคารกรุงไทย ยืนยันว่า ก่อนการ ประชุมอนุมัติสินเชื่อให้เอกชน ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ จำเลยที่ 2 ได้โทรศัพท์มาหาพยานและบอกว่า บิ๊กบอสหรือซูเปอร์บอส ได้ดูดีแล้ว ไม่ให้คัดค้านการอนุมัติสินเชื่อครั้งนี้ โดยที่โครงการกฤษดาซิตี้ 4000 เป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่ในการเสนอขอสินเชื่อกลับมีเอกสารประกอบเพียง 2 แผ่น และคณะกรรมการบริหารของธนาคารกรุงไทยก็ใช้เวลาพิจารณาเพียง 15 นาทีเท่านั้น

4. ในคดีดังกล่าวนั้น ระบุว่า เงินกู้บางส่วน ถูกโอนให้บุคคล ในกลุ่มจำเลย และโอนให้บุคคลภายนอกอีกหลายคน ซึ่งในคำวินิจฉัยของนายศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตรองประธานศาลฎีกา และเจ้าของสำนวนคดีเงินกู้กรุงไทย ระบุถึงเส้นทางการเงินไว้ด้วย ความบางส่วนสะท้อนถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร และพวก

5. ปปง. ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน สืบเนื่องมาจากคำพิพากษา คดีดังกล่าว แล้วได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีฐานฟอกเงินแก่นายพานทองแท้และพวกในที่สุด

6.คดีจะหมดอายุความเมื่อใด?

คดีอาญาในฐานฟอกเงิน มีอายุความ 15 ปี นับจากวันที่มีการกระทำผิด กรณีนี้ ก็น่าจะหมายถึงวันที่ได้รับเช็คที่เกี่ยวข้องหรือได้มาจากการกระทำความผิด

ดีเอสไอได้สอบสวนคดีนี้ พบว่า มีเช็คที่เกี่ยวข้อง 2 ลอต ลอตแรก เกี่ยวกับเช็คจำนวนเงิน 26 ล้านบาท เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2546

เพราะฉะนั้น หากนับไป 15 ปี ก็จะตกที่ราวๆ ธ.ค. 2561

หมายความว่า คดีอาจจะ หมดอายุความเดือนธันวาคม ปีนี้ 2561

ลอตที่สอง เกี่ยวกับเช็คจำนวน 10 ล้านบาท เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2547

เพราะฉะนั้น หากนับไป 15 ปี ก็จะตกที่ราวๆ พ.ค. 2562 หมายความว่า คดีอาจจะหมดอายุความเดือนพฤษภาคม 2562 (ปีหน้า)

7. แต่ย่าลืมว่า ขณะนี้ สำนวนยังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนดีเอสไอ หากสรุปสำนวนแล้ว จะต้องส่งสำนวนให้อัยการอีกขั้นตอนหนึ่งอัยการจะต้องพิจารณาสำนวนว่าครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่? จะต้องใช้เวลาแค่ไหน? หากได้รับสำนวนกระชั้นไป จะทำอย่างไร? โดยเฉพาะสำนวนเกี่ยวกับเช็ค 26 ล้านบาทนั้น อาจจะหมดอายุความในปลายปีนี้แล้ว

8. ล่าสุด รายงานข่าวระบุว่า คณะทำงานร่วมในชั้นพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ได้สรุปความเห็นสมควรสั่งฟ้องแล้ว แต่ปรากฏว่า มีผู้ร้องเรียนเข้ามาขอให้ตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ขณะนี้ จึงยังไม่ได้สั่งฟ้องและส่งสำนวนให้อัยการแบบนี้ จะสะท้อนว่า มีเกมใต้ดิน หรือมีคลื่นใต้น้ำ หรือไม่? หากสำนวนคดีถูกส่งให้อัยการกระชั้นชิด หรือเกิดสุดท้าย คดีขาดอายุความไปก่อนจะถึงศาล ใครจะรับผิดชอบ?

"ลูกกระทิงแดงโมเดล" จะเกิดในยุครัฐบาล คสช. ที่มีนายกรัฐมนตรี ชื่อ "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" ? จับพระฟอกเงินจับได้ แต่กับคนในบางตระกูล จะรอดหมด... อย่างนั้นหรือ?

คอลัมน์ ทัศนะจากผู้อ่าน: AOTสมบัติชาติ ที่ต้องโปร่งใส - กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์

ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมผู้ค้าปลีกไทย

ความฝันของรัฐบาลที่จะผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสวรรค์แห่งการชอปปิง ยังห่างไกลจากความเป็นจริง แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นมหาศาลและสร้าง รายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับประเทศ แต่สนามบินสุวรรณภูมิกลับเทียบไม่ได้ กับสนามบินชั้นนำของประเทศอื่นในเอเชียด้วยกัน อย่างสนามบินอินชอน ในเกาหลีใต้ หรือสนามบินนาริตะ ของญี่ปุ่น

ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่คนไทยรอคอยให้รัฐประกาศให้ AOT เปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ การลงทุนที่ใช้เงินลงทุนมูลค่าหลายแสนล้านบาท เพื่อสร้างสนามบินที่น่าภูมิใจให้คนไทยไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง สร้างรายได้กว่าปีละ 3 ล้านล้านบาท แต่ในความเป็นจริงเมื่อมีการจัดอันดับสนามบิน สุวรรณภูมิกลับได้คะแนนที่ต่ำกว่าสนามบิน อื่นๆ ในภูมิภาค เช่น สนามบินนานาชาติชางฮี ของสิงคโปร์ และสนามบินอินชอน ทั้งที่มีจำนวนผู้โดยสารต่อปีเท่าๆ กัน และประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของสัดส่วนการท่องเที่ยวต่อ GDP ที่ +9.4% เป็นอันดับที่ 5 ของโลก

ผลประกอบการของ AOT ซึ่งมีหน้าที่ดำเนินธุรกิจท่าอากาศยานของประเทศไทยทั้ง 6 แห่ง โดยมีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็น ท่าอากาศยานหลัก มีรายได้ต่ำกว่าสนามบินอินชอนของเกาหลี 2 เท่า หากเราดูรายได้ของ AOT เราก็จะเห็นกว่า 1 ใน 3 ของรายได้มาจาก รายได้จากสัมปทาน ซึ่งบริษัทที่ชนะการประมูล พื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง คือ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จำกัด

หน้าที่ของ AOT คือการพัฒนาสนามบิน ซึ่งเป็นธุรกิจผูกขาด เพราะไม่เปิดให้เอกชนรายอื่นเข้าแข่งขันในการทำสนามบิน การท่าฯ จึงเป็นสมบัติของชาติไม่ใช่สมบัติของใคร กระทรวงการคลังซึ่งถือหุ้นอยู่ถึง 70% และเป็นหน่วยงานที่ต้องเอาผลประโยชน์ของชาติ เป็นตัวตั้ง ควรกำกับดูแล AOT ในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ และกำกับให้ AOT มีธรรมาภิบาล การที่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ชนะการประมูลนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ผิด เพราะทำตามกฎกติกา...

แต่คำถามที่กระทรวงการคลัง ในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีสิทธิในการตัดสินใจทางธุรกิจควรจะตอบประชาชนให้ได้ว่า หากมีโอกาสในการพัฒนา AOT ที่เป็นสมบัติของชาติ โดยการเปลี่ยนรูปแบบ การสัมปทานธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีตามกลุ่มสินค้าเพื่อประโยชน์สำหรับ AOT และผู้บริโภคนั้น ทำไมถึงไม่ทำ

เพราะทำให้ยอดขายสินค้าดิวตี้ฟรี เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5 หมื่นล้านบาทต่อปี ดึงให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวไทยก็จะหันกลับมาใช้จ่ายสินค้าจากร้านดิวตี้ฟรีในประเทศเพิ่มขึ้นด้วย นอกเหนือจากนี้ ทาง AOT ก็ควรที่จะบริหารจัดการสนามบิน ควรที่จะพัฒนาสนามบินโดยคำนึงถึง ผู้โดยสารทุกคนไม่ว่าจะมีรายได้ สภาพความเป็นอยู่ หรืออาชีพที่แตกต่าง อย่างไรก็ตามเพราะสนามบินนั้นเป็นสมบัติของชาติ ราคา ของสินค้าที่ขายก็ไม่ควรจะเอาเปรียบ ประชาชน โดยเฉพาะเครื่องดื่ม อาหาร หรือยารักษาโรค ที่ควรจะเข้าถึงผู้โดยสารในทุกชนชั้น

อีกทั้งร้านค้าปลอดภาษีที่ควรจะมีแบรนด์ระดับกลางให้มากขึ้นเพื่อเข้าถึง คนที่มีกำลังซื้อไม่มาก ไม่ใช่มีแต่แบรนด์ระดับบนเหมือนในปัจจุบันเพียงอย่างเดียว ถ้าเราสามารถหาระบบสัมปทานที่สามารถ หาผู้บริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้ดีขึ้น แล้วทุกคนได้ประโยชน์ AOT ก็ควร ที่จะรับฟังความเห็นของประชาชนนำไปเป็นแนวทาง

ความฝันของรัฐบาลที่จะผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสวรรค์แห่งการ ชอปปิงคงไม่ไกลจากความเป็นจริง อีกทั้ง AOT ก็จะเป็นสมบัติชาติที่สร้างรายได้ ให้ประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สนามบินก้าวสู่อันดับ 1 ใน 5 ที่ใฝ่ฝันได้เพียงแค่เอื้อม